วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แบบฝึกหัดท้ายบท

แบบฝึกหัดที่ 1

บทที่ 1 : แนวคิดและแนวโน้มเกี่ยวกับข้อมูลสารสนเทศยุคใหม่      กลุ่มเรียนที่ : 3
รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน             รหัสวิชา : 0026008
ชื่อ-สกุล : นางสาวธิดาชนก  สุดาจันทร์              รหัส : 57011320022

1. ข้อมูล   หมายถึง                                                                                                                      
ตอบ   ค่าของตัวแปรในเชิงคุณภาพหรือเชิงปริมาณที่อยู่ในการควบคุมของกลุ่มสิ่งต่างๆเช่น คน สัตว์ สิ่งของสถานที่  โดยอยู่ในรูปแบบที่ เหมาะสมต่อการสื่อสาร การแปลความหมายและการประมวลผลซึ่งข้อมูลอาจจะได้มาจากการสังเกต การรวบรวม การวัด ข้อมูลเป็นได้ทั้งข้อมูลตัวเลขหรือสัญลักษณ์ใดๆ ที่สำคัญจะต้องมีความเป็นจริง


2. ข้อมูลปฐมภูมิ   คือ                                                                                                                              
ตอบ   สารสนเทศที่ได้จากต้นแหล่งโดยตรง  เป็นสารสนเทศทางวิชาการ  ผลของการศึกษาค้นคว้า วิจัย รายงาน การค้นพบทฤษฎีใหม่ๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม ซึ่งนำไปสู่การยอมรับเป็นทฤษฎีใหม่ที่เชื่อถือได้                                            
          ยกตัวอย่างประกอบ  เช่น  วารสาร    รายงานการวิจัย   รายงาน การประชุมและการสัมนาวิชาการ  สิทธิบัตร  เอกสารมาตรฐานต่างๆ  ต้นฉบับตัวเขียน จดหมายเหตุ  วิทยานิพนธ์ และการถ่ายทอดทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์  เป็นต้น


3.ข้อมูลทุติยภูมิ  คือ
ตอบ    สารสนเทศที่มีการรวบรวม เรียบเรียงขึ้นใหม่จากแหล่สารสนเทศปฐมภูมิ   มักจะอยู่ในรูปของการสรุป   ย่อเรื่อง  จัดหมวดหมู่  ทำดรรชนีและสาระสังเขปเพื่อประโยชน์ในการเข้าถึง
           ยกตัวอย่างประกอบ   เช่น สื่ออ้างอิงประเภทต่างๆ  วารสารที่มีการสรุปย่อและตีความ รวมถึงหนังสือ ตำราที่รวบรวมเนื้อหาวิชาการในการเรียนการสอน  สารานุกรม พจนานุกรม  รายงานสถิติต่างๆ ดรรชนีและสาระสังเขป  เป็นต้น


4.สารสนเทศ หมายถึง
ตอบ  ข้อมูล ข่าวสาร ที่ผ่านการประมวลผล ซึ่งมีความหมายและสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน หรือการทำงานนั้นๆ


5. จงอธิบายประเภทขอสารสนเทศ
ตอบ  การจำแนกของประเภทสารสนเทศได้มีการจำแนกออกเป็น  ตามแหล่งสารสนเทศและตามสื่อจัดเก็บ  ดังนี้
    1. จำแนกตามแหล่งสารสนเทศ เป็นการจำแนกสารสนเทศตามการรวบรวม หรือจัดกระทำกับสารสนเทศ  ได้แก่  แหล่งปฐมภูมิ  แหล่งทุติยภูมิ และแหล่งตติยภูมิ  เป็นต้น
     2.จำแนกตามสื่อที่จัดเก็บ เป็นการจำแนกสารสนเทศตามชนิดของสื่อที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล ข่าวสาร ความรู้  ได้แก่ กระดาษ  วัสดุย่อส่วน  สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่อแสง เป็นต้น

                                                                               
6. ข้อเท็จจริงของสิ่งต่างๆที่อาจเป็นตัวเลขข้อความรูปภาพเสียง คือ
ตอบ  ข้อมูล


7. ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลเป็น
ตอบ  ข้อมูลทุติยภูมิ


8. ส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนแต่ละคนเป็น
ตอบ  ข้อมูลปฐมภูมิ


9. ผลของการลงทะเบียนเป็น
ตอบ  ข้อมูลปฐมภูมิ


10. กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชา วิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน Section วันอังคารเป็น                                                                         
ตอบ   ข้อมูลทุติยภูมิ

                                





แบบฝึกหัดที่ 2


บทที่ 2 : บทบาทสารสนเทศกับสังคม      กลุ่มเรียนที่ : 3
รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน         รหัสวิชา : 0026008
ชื่อ-สกุล : นางสาวธิดาชนก  สุดาจันทร์         รหัส : 57011320022



1. ให้นิสิตหารายชื่อเว็บไซต์ หรือเทคโนโลยีที่ให้บริการต่างๆ ตามหัวข้อเหล่านี้มาอย่างละ 3 รายการ

1.1  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาการศึกษา
         ตอบ    
                    1. http://www.utthanat.com
                    2. http://www.kanid.com
                    3. http://www.vcharkarn.com

1.2  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพธุรกิจ พาณิชย์ และสำนักงาน
          ตอบ      
                     1.http://www.moc.go.th
                     2.http://www.goonline.in.th
                     3.http://www.tarad.com 
1.3  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพการสื่อสารมวลชน
        ตอบ 
                    1.http://www.manager.co.th
                    2.http://www.thaitv3.com
                    3.http://www.seedmcot.com 

1.4  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางอุตสาหกรรม
          ตอบ 
                   1.http://www.industry.go.th
                   2.http://www.thairung.co.th 
                   3. http://www.carryboy.com

1.5  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางการแพทย์
          ตอบ 
                  1.  http://www.dmsc.moph.go.th
                  2.  http://www.niems.go.th 
                  3.  http://www.worldcommunitygrid.org 

1.6 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทหารตำรวจ
        ตอบ
                  1.http://www.rtsd.mi.th 
                  2.http://www.navy.mi.th
                  3.http://www.rtaf.mi.th

1.7  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพวิศวกรรม
        ตอบ
                  1.http://www.coe.or.th 
                  2.http://www.tumcivil.com
                  3.http://www.thaiengineering.com

1.8  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพด้านเกษตรกรรม
      ตอบ
                1. http://www.thairung.co.th/
     2. http://www.carryboy.com
     3. http://www.industry.go.th/

1.9  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับคนพิการต่างๆ
       ตอบ 
                      1. เว็บไซต์มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ   www.fwc1954.org/index1.html
                      2. เว็บไซต์ศูนย์สื่อการศึกษาเพื่อคนพิการ    www.braille-cet.in.th/
                      3. เว็บไซต์มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย   www.tddf.or.th/


2. มหาวิทยาลัยมหาสารคามเตรียมเทคโยโลยีสารสนเทศด้านการศึกษาให้กับท่าน มีอะไรบ้าง บอกมาอย่างน้อย 3 อย่าง
         ตอบ
                          1. เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย www.msu.ac.th 
                          2. เว็บไซต์การลงทะเบียน http://reg.msu.ac.th/registrar/login.asp
                          3.เว็บไซต์สำนักวิทยบริการ www.library.msu.ac.th

 3. ข้อ 2  จงวิเคราะห์ว่าท่านจะเอาเทคโนโลยีเหล่านั้น มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองยังไงบ้าง
        ตอบ       
                           1.ใช้ระบบจากอินเตอร์เน็ต หรืออิเลกทรอนิกส์ใช้ในการทำงานให้มากที่สุด            
                           2.นำมาใช้เป็นระบบสื่อสารได้ และเป็นแบบแผนในการทำงานได้
                           3.สะดวกในการทำงาน และรวดเร็วในการในการค้นหาข้อมูลต่างๆ
     





แบบฝึกหัดที่ 3


บทที่ 3 : การรู้สารสนเทศ      กลุ่มเรียนที่ : 3
รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน      รหัสวิชา : 0026008
ชื่อ-สกุล : นางสาวธิดาชนก  สุดาจันทร์           รหัส : 57011320022

คำชี้แจง : จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
1. ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของการรู้สารสนเทศ
                ก.ความสามารถในการกลั่นกรองและประเมินค่าสารสนเทศที่หามาได้
                ข.ความสามารถในการตัดสินใจใช้สารสนเทศรูปแบบต่างต่าง
                ค.ความสามารถของบุคคลในการสืบค้นและพัฒนาสารสนเทศ
                ง.ความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง  ประเมิน  และการใช้งานสารสนเทศ
ตอบ ข้อ ง.

2.จากกระบวนการของการรู้สารสนเทศ ทั้ง 5 ประการ  ประการไหนสำคัญที่สุด
               ก.ความสามารถในกรตระหนักว่าเมื่อใดต้องการสารสนเทศ
               ข.ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ
               ค.ความสามารถในการประมวลผลสารสนเทศ
               ง.ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ตอบ ข้อ ง.

3.ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้รู้สารสนเทศ
              ก.สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
              ข.สามารถใช้สารสนเทศในการดำเนินชีวิต
              ค.ชอบใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกม
              ง.ใช้คอมพิวเตอร์ในการแสวงหาสารสนเทศได้
ตอบ ข้อ ค.

4.ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการรู้สารสนเทศ
                ก. โลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเน้นวัตถุนิยมมากขึ้น
                ข.ช่วยให้บุคคลประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต
                ค.สารสนเทศมีการเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว  จนยากที่จะเข้าถึง
                ง.ช่วยบุคคลเป็นผู้มีศักยภาพการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ตอบ ข้อ ค.


5.ข้อใดเป็นการเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้สารสนเทศที่ถูกต้อง
                 1.ความสามารถในการประมวลสารสนเทศ
                 2.ความสามารถในการประเมินสารสนเทศ
                 3.ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
                 4.ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ
                 5.ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงต้องการสารสนเทศ

              ก. 1-2-3-4-5        ข.2-4-5-3-1 ค.5-4-1-2-3       ง.4-3-5-1-2
ตอบ ข้อ ค.





แบบฝึกหัดที่ 4


บทที่ 4 : เทคโนโลยีสารสนเทศ      กลุ่มเรียนที่ : 3
รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน      รหัสวิชา : 0026008
ชื่อ-สกุล : นางสาวธิดาชนก  สุดาจันทร์           รหัส : 57011320022


1.ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละ 3 ชนิด แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบกับเพื่อน

1.1 การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล
          ตอบ  จานแสงหรือจานเลเซอร์  ดาวเทียมถ่ายภาพทางอากาศ  กล้องดิจิตัล  กล้องถ่ายวีดีทัศน์และเอกซเรย์
1.2 การแสดงผล
         ตอบ  เครื่องพิมพ์ จอภาพ พล็อตเตอร์
1.3 การประมวลผล
         ตอบ    เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์
1.4 การสื่อสารและเครือข่าย
        ตอบ   โทรทัศน์   วิทยุกระจายเสียง โทรเลข  ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งระยะใกล้ ระยะไกล

2. ให้นิสิตนำตัวเลขใช่องขวา  มาเติมหน้าข้อความในช่องซ้ายที่มีความสัมพันธ์กัน

3  ซอฟต์แวร์ประยุกต์
1. ส่วนใหญ่ใช้ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลผลข้อมูล
2   Information Technology
2. e-Revenue
1   คอมพิวเตอร์ในยุคประมวลผลข้อมูล
3. เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วต่อการนำไปใช้
6   เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วย
4.มีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วน ได้แก่ Sender Medium และ Decoder
10   ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการททำงาน
5. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับ-ส่งเอกสารจากหน่วยงานหนึ่งไปยังอีกหน่วยงานหนึ่งโดยส่งผ่านเครือข่าย

8   ซอฟต์แวร์ระบบ
6. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
9   การนำเสนอบทเรียนในรูปมัลติมีเดีย ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ตามระดับความสามารถ
7. โปรแกรมที่ทำหน้าที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์
7    EDI
8. โปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภท
2    การสื่อสารโทรคมนาคม
9. CAI
5   บริการชำระภาษีออนไลน์
10. ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สีประจำวัน สีประจำวันเกิด ความหมายและที่มาของสีประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน



สี และ สีประจำวันเกิด เป็นความเชื่อดั้งเดิมของลัทธิพราหมณ์ ที่มีมาตั้งแต่สมัยพราหมณ์หรือฮินดูโบราณของประเทศอินเดีย โดยมีการกำหนดสีประจำวันเกิดและดวงดาวนพเคราะห์ประจำวันนั้นๆด้วย


สีประจำวัน และ สีประจำวันเกิด
วันอาทิตย์ : สีแดง ดาวเคราะห์ประจำวันคือ ดวงอาทิตย์ หรือพระอาทิตย์
ที่มา วันอาทิตย์ พระอิศวรเอาราชสีห์ 6 ตัวมาป่น แล้วห่อด้วยผ้าสีแดง พรมด้วยน้ำอมฤต บังเกิดเป็นพระอาทิตย์ มีกายสีแดง

วันจันทร์ : สีเหลือง ดาวเคราะห์ประจำวันคือ ดวงจันทร์ หรือพระจันทร์
ที่มา วันจันทร์ พระอิศวรร่ายพระเวทให้นางฟ้า 15 นางกลายเป็นผงละเอียด แล้วห่อด้วยผ้าสีเหลืองอ่อน พรมด้วยน้ำอมฤต บังเกิดเป็นพระจันทร์ มีกายสีเหลืองนวล

วันอังคาร : สีชมพู ดาวเคราะห์ประจำวันคือ ดาวอังคาร หรือพระอังคาร
ที่มา วันอังคาร พระอิศวรร่ายพระเวทให้กระบือ 8 ตัว กลายเป็นผง แล้วห่อด้วยผ้าสีแดงหลัว พรมด้วยน้ำอมฤต บังเกิดเป็นพระอังคาร มีกายเป็นสีแก้วเพทาย (แดงหลัว, ชมพู)

วันพุธ : สีเขียว ดาวเคราะห์ประจำวันคือ ดาวพุธ หรือพระพุธ
ที่มา วันพุธ พระอิศวรร่ายพระเวทให้พญาคชสาร 17 ตัวกลายเป็นผง แล้วห่อด้วยผ้าสีเขียวใบไม้ พรมด้วยน้ำอมฤต บังเกิดเป็นพระพุธ มีกายเป็นสีแก้วมรกต

วันพฤหัสบดี : สีแสด ดาวเคราะห์ประจำวันคือ ดาวพฤหัสบดี หรือพระพฤหัสบดี
ที่มา วันพฤหัสบดี พระอิศวรร่ายพระเวทให้พระฤาษี 19 ตนกลายเป็นผง แล้วเอาผ้าสีแสดมาห่อ พรมด้วยน้ำอมฤต บังเกิดเป็นพระพฤหัสบดี มีกายเป็นสีแสด

วันศุกร์ : สีฟ้า ดาวเคราะห์ประจำวันคือ ดาวศุกร์ หรือพระศุกร์
ที่มา วันศุกร์ พระอิศวรร่ายพระเวทให้พระโค 21 ตัวกลายเป็นผง แล้วห่อด้วยผ้าสีน้ำเงิน พรมด้วยน้ำอมฤต บังเกิดเป็นพระศุกร์ มีสีกายเป็นสีคราม

วันเสาร์ : สีม่วง ดาวเคราะห์ประจำวันคือ ดาวเสาร์ หรือพระเสาร์
ที่มา วันเสาร์ พระอิศวรร่ายพระเวทให้เสือ 10 ตัวกลายเป็นผง แล้วห่อด้วยผ้าสีดำหลัว พรมด้วยน้ำอมฤต บังเกิดเป็นพระเสาร์ มีกายสีดำหลัวหรือม่วง



ขอขอบคุณที่มา : http://www.เกร็ดความรู้.net/%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99/

10 สุดยอดกฎหมายแปลกๆจากอเมริกา ฮาแค่ไหนมาดู


          แหม่...ขึ้นชื่อว่าเป็นกฎหมาย ใครๆ ไม่ว่าจะชนชาติไหนก็ต้องเคารพเกรงกลัวและต้องปฏิบัติตามเป็นธรรมดานะคะ แต่ทางอเมริกาเขามีกฎหมายที่ค่อนข้างจะแปลกอยู่สักหน่อย จนทำให้คิดว่า เอิ่มมม...ฉันจะกลัวหรือจะฮาดี ถ้าอยากรู้แล้วก็ตามไปดูกันเลยค่า



1. หน่วยดับเพลิงต้องซ้อมก่อนปฏิบัติจริง 15 นาที (Fort Madison , Iowa)


         ถ้าบ้านใครเกิดทำไม้ขีดไฟตกพื้นก็นับเวลารอกันได้เลย 15 นาที จากไฟกองเล็กๆ จะได้ลามมันไปทั้งหลัง...แล้วมันจะดับทันไหมคะพี่!!!


2. การมีสัมพันธ์สวาทกับเม่นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย (Florida)


         อุ๊ต๊ะ! เพิ่งรู้นะคะเนี่ยว่ามีคนบางจำพวกนิยมชมชอบเม่นมากเป็นพิเศษ ถึงกับต้องออกกฎหมายมาห้ามกันเลยทีเดียว แค่เห็นหนามบนหลังอันปุ๊กลุ๊กของมันก็ไม่อยากจะคิดให้เจ็บเล่นแล้วล่ะค่า


3. ใครทำหน้าล้อเลียนใส่สุนัขหรือจ้องหน้ามัน มีสิทธิถูกโยนเข้าคุกได้ (Oklahoma)


         ข้อนี้ถ้าเป็นคนบ้านเราล่ะก็มีสิทธิอยู่ในคุกกันค่อนประเทศแล้วล่ะค่ะ แต่ที่โน่นเขาถือว่า เห้ย!...หมาก็มีหัวใจนะ เราล้อเลียนมันไม่ได้ ดีไม่ดีถูกมันกัดหน้าอีก ผิดกฎหมายอย่างแรงเลยนะคุณ


4. ห้ามผายลมในที่ชุมชนหลัง 6 โมงเย็นของวันอาทิตย์ (Florida)


         มันช่างทรมาณรูขุมขนจริงๆ กับการห้ามตดเนี่ย คงต้องรีบฝึกสกิลการกลั้นตดไว้ก่อนเข้าเมืองนะคะ เพราะถ้าทนไม่ไหวเกิดปล่อยลมปราณขั้นรุนแรงจนกลิ่นโชยไปกระแทกจมูก หรือเสียงเข้าไปในโสตประสาทใครหลัง 6 โมงเย็งของวันอาทิตย์ล่ะก็ซวยเลยจ้า


5. ห้ามมิให้ใครก็ตามที่กินกระเทียมเข้าไปภายใน 4 ชั่วโมงเข้าโรงหนัง (Gaery , Indiana)


         เคยได้ยินไหมคะ "กลิ่นปากไม่ใช่เรื่องตลก" ถ้ากินกระเทียมเข้าไปแล้วพ่นลมหายใจที่ไม่สดชื่นในโรงหนัง ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่น่ายี้มากๆ แล้วยิ่งถ้ามีคนแอบเรอก็วงแตกจ้า ดีไม่ดีก็ตั้งกองพิสูจน์กลิ่นปากมันหน้าโรงหนังกันไปเลย


6. ใครพาสิงโตเข้าโรงหนังถือว่าผิดกฎหมาย (Baltimore , Maryland)


         -ข้อที่แล้วยังพอจะเข้าใจได้ แต่ข้อนี้ล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าเคยมีใครคนไหนทำผิดกฎหมายข้อนี้หรือเปล่า แล้วใครนะใครมันจะอุตริอุ้มสิงโตไปไหนมาไหน ทำเหมือนมันเป็นหมากระเป๋าไปได้


7. กฎหมายกำหนดให้นกมีเส้นทางบินเป็นของตัวเอง (UTAH)


          ใครว่าเกิดเป็นนกนั้นแสนอิสระเสรี ขนาดจะบินยังมีกฎหมายมาบังคับเส้นทางการตีปีกของมัน อยากรู้ว่ามันบังคับได้จริงอะ? แหม่...เห็นมันเป็นนกบังคับวิทยุหรือเปล่าคะเนี่ย


8. การแก้ผ้าอาบนํ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย (Florida)


         อะฮ่า! แบบนี้พี่ไทยเรามีทางแก้จ้า โดยใช้ผ้าถุงของไทยเรานั่นเอง คาดว่าหากใครไปประกอบธุรกิจโอทอปขายผ้าถุงอยู่แถวๆ Florida นี่คงจะขายดีเป็นเทนํ้าเทท่าเลยทีเดียวเชียวแหละ ผ้าถุงไทยจะได้ไปไกลระดับโลกแล้ว เฮ้!!!


9. ห้ามจามในที่สาธารณะ (North Carolina)


         อีกหนึ่งความทรมาณ หากใครเผลอสูดขี้ฝุ่นขี้ผงเข้าไปให้เกิดการระคายเซลประสาทในรูจมูก ก็ต้องอัดอั้นกลั้นทนไว้ล่ะค่ะ ดีไม่ดีเกิดแรงดันพลังลมปราณแตกไปผิดกฎข้อ 4 อีก งานนี้เอาไปเต็มๆ 2 กระทง


10. ถือว่าผิดกฎหมายอาญาถ้าภรรยาแอบเปิดจดหมายสามี (Montana)


         คิดว่าข้อนี้คงถูกใจคุณผู้ชายหลายคนนะคะ ก็แหม...มันเป็นเรื่องส่วนตั๊วส่วนตัวนี่นา ทั้งเรื่องเงิน เรื่องบัตรเครดิตที่ไปรูดซื้อของทั้งหลาย และจดหมาย "อื่นๆ" ที่เรียกได้ว่าลับเฉพาะจริงๆ หากคุณภรรยาได้รู้เข้าล่ะก็บ้านแตกจ้าาา


ขอขอบคุณที่มา : http://variety.teenee.com


วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่




1. เมืองโบราณซีเชน อิตซา ของชนเผ่ามายา ในเขตยูคาทาน เม็กซิโก


เมืองโบราณซีเชนชิเชน อิตซา ตั้งอยู่ที่คาบสมุทรยูคาทาน ประเทศเม็กซิโก เป็นเมืองศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของเผ่ามายา ตัววิหารที่สร้างถวายแด่เทพเจ้าของชนเผ่ามายา สร้างอยู่บนเนื้อที่กว่า 6.4 ตรารางกิโลเมตร มีลักษณะเป็นปีระมิดเป็นชั้นลดหลั่นลงมา และมีบันไดอยู่ตรงกลาง บนยอดเป็นแท่นบูชา สำหรับทำพิธีกรรมสังเวยแด่เทพเจ้าชนเผ่ามายาได้ชื่อว่าเป็นเผ่าที่มีความป่าเถื่อนในการบูชายันมนุษย์ แต่ก็ได้ชื่อว่ามีความเจริญทางภาษา
และความรู้ทางคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ โดยมีการสร้างปฏิทินมายาขึ้นโดยกำหนดให้ 1 ปี มี 18 เดือนและแต่ละเดือนมี 20 วัน

ดังนั้น 1 ปีของชาวมายาจึงมี 360 วันและมีการเพิ่มวันที่ไม่ขึ้นกับเดือนใดเข้าไปอีก 5 วัน แม้จะมีความรู้ถึงเพียงนี้แต่พวกนี้กลับไม่ค้นพบการประดิษฐ์ล้อแต่อย่างใด


2. รูปปั้นพระเยซูคริสต์ หรือคริสต์ รีดีมเมอร์ บนยอดเขาในนครริโอ เดอ จาเนโร ของบราซิล


คริสต์ รีดีมเมอร์ บนยอดเขาในนครริโอ เดอ จาเนโร

รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ตั้งอยู่บนยอดเขาโคคาวาดู ( Cocarvado ) กรุงริโอ เดอ จาเนโร ( Rio de Janero ) ประเทศบราซิล มีความสูงราว 38 เมตร สร้างในปีค.ศ. 1921  ได้รับการออกแบบโดยไฮตอร์ ดา ซิลวา กอสตา( Heitor da Silva Costa ) ชาวบราซิล และสร้างโดยพอล ลันดอฟสกี ( Paul Landowski )
ประติมากรชาวฝรั่งเศสเชื้อสายโปแลนด์ ใช้เวลาในการสร้าง 5 ปี โดยทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ตุลาคม 1926 ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปยังฐานของรูปปั้นเพื่อชมทิวทัศน์ของเมืองริโอ เดอ จาเนโรได้


3.กำแพงเมืองจีน (ติดโผครั้งที่ 2 จากยุคกลาง)



กำแพงเมืองจีนกำแพงเมืองจีน หรือ กำแพงหมื่นลี้ สร้างในสมัยของพระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้ เพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกมองโกล และพวกเติร์ก และได้มีการสร้างกำแพงต่ออีก 4 ครั้งใหญ่ๆโดยส่วนใหญ่ถูกสร้างในสมัยราชวงศ์หมิง แต่ก็ถูเผ่าเร่ร่อนจากมองโกเลียและแมนจูเรียบุกข้ามกำแพงเมืองจีนได้สำเร็จ กำแพงเมืองจีนเป็นกำแพงที่กั้นระหว่างพรมแดนจีนกับธิเบต มีความสูงจากพื้นดิน 20 – 30 ฟุต กว้าง 15 – 20 ฟุต ยาวประมาณ 2,400 กิโลเมตร
     กำแพงก่อด้วยดิน หินและอิฐ โดยทุกๆ 200 เมตรจะมีหอตรวจการอยู่ และมีระฆังแขวนอยู่ทุกหอรวมไม่ตำกว่า 20,000 หอ ระหว่างการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตนับหมื่นคนและศพของผู้เสียชีวิตก็ถูกผังอยู่ในกำแพงนั่นเอง กำแพงเมืองจีนเป็นสิ่งก่อสร้างสิ่งเดียวของมนุษย์ที่สามารถมองเห็นได้จากดวงจันทร์ ปัจจุบันกำแพงเมืองจีนส่วนที่เหลืออยู่สร้างในสมัยราชวงศ์หมิงทั้งสิ้น กำแพงเมืองจีนถูกจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางด้วย


4. เมืองโบราณมาชูปิกชู ของชนเผ่าอินคา ในเปรู


Machu Picchu (Peru)มาชู พิคชู หรือนครสาบสูญแห่งอินคา ( The Lost City of the Incas ) เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนภูเขาในประเทศเปรู

อยู่สูงจากระดับนำทะเลถึง 2,350 เมตร มาชู พิคชูสร้างโดยจักรวรรดิ์อินคา และถูกทิ้งร่างเมื่ออินคาพ่ายแพ้แก่ชาวสเปน จนกระทั่งถูกค้นพบโดยนักสำรวจชาวอเมริกันชื่อ ฮิราม บิงแฮม ( Hiram Bingham ) ในปีค.ศ. 1911


5. เมืองโบราณเพตรา ในจอร์แดน


เมืองโบราณเพตรา ในจอร์แดนนครเพตรา เป็นนครที่แกะสลักลงบนหุบเขาใกล้ทะเลสาบเดดซี( Dead sea ) และอ่าวอัคบา ( Gulf of Aqaba ) เมืองเพตราถูกสร้างโดยชาวบานาเทียน ( Nabataeans )ซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อนกลางทะเลทรายอาหรับ ซึ่งได้สกัดหน้าผาหินทรายให้เป็นบ้านเรือนสำหรับพักอาศัย และได้เปลี่ยนจากอาชีพเลี้ยงแกะมาเป็นพ่อค้าและรับคุ้มครองกองคาราวาน ทำให้เพตราเป็นศูนย์กลางการค้าขนาดใหญ่มีพ่อค้าชาวกรีกได้อธิบายถึงความมั่งคั่งของเพตราว่าเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดของชาวอาหรับ
     เปตราเจริญถึงขีดสูงสุดในช่วง 50 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงคริสตศักราชที่ 70 ในช่วงเวลานี้เปตราถูกปกครองด้วยกษัตริย์นาม อารีตัสที่ 4 ( Aretas IV )ผู้ที่ชาวกรีกยกย่องว่า ฟิโลเดมอส ( Philodemos ) ซึ่งแปลว่า ผู้รักประชาชน เพตราเริ่มเสียอำนาจเมื่อมีเส้นทางการค้าที่สะดวกและปลอดภัยกว่าเกิดขึ้น
     จนกระทั่งปีค.ศ. 106 เพตราถูกผนวกเข้ากับอาณาจักรโรมัน จนคริสตศตวรรษที่ 5 เพตรากลายเป็นที่ตั้งของมณฑลของบิชอบและถูกมุสลิมยึดครองในครสตศตวรรษที่ 7 และค่อยๆเสื่อมลงจนหายไปจากประวัติศาสตร์ จนกระทั่งถูกค้นพบโดยนักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ โจฮันน์ ลุควิก เบิร์กฮาร์ท ( Johann Ludwig Burckhardt ) ในปีค.ศ. 1812 เพตราจึงได้ปรากฏโฉมต่อชาวโลกอีกครั้ง


6. สนามกีฬาโคลอสเซียมในกรุงโรมของอิตาลี


สนามกีฬาโคลอสเซียม

โคลอสเซียม เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ในกรุงโรม สร้างในสมัยจักรพรรดิ์เวสปาเชียน ( Emperor Vespasian ) แห่งอาณาจักรโรมันและสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไตตัส ( Titus ) ในคริสตศตวรรษที่ 1 โคลอสเซียมมีลักษณะเป็นอัฒจันทร์รูปวงกลมก่อด้วยหินทรายและอิฐวัดโดยรอบประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร จุคนได้ประมาณ 80,000 คน มีห้องสำหรับขังทาส นักโทษ และสัตว์ดุร้าย เช่น สิงโต เสือ โดยจะให้ทาสสู้กันเองจนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว  จึงจะได้รับอิสระภาพ หรือ ให้นักโทษสู้กับสิงโตที่หิวโซเนื่องจากถูกจับอดอาหาร ในแต่ละปีมีนักโทษและทาสตายไม่ต่ำกว่า 100 คน โคลอสเซียมถูกจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางด้วย


7. ทัชมาฮาล ในเมืองอักรา ประเทศอินเดีย


ทัชมาฮาลทัชมาฮาล สร้างโดยจักรพรรดิ์ชาห์ เจฮัน ( Emperor Shah Jahan ) เพื่อเป็นอนุสรณืแห่งความรักแด่พระมเหสีมุมทัช มาฮาล ( Mumtaz Mahal )

ทัชมาฮาลสร้างขึ้นระหว่างสร้างระหว่าง ค.ศ.1630-1648 ณ สวนริมผั่งแม่นำยมนา เมืองอัครา ออกแบบโดยอุสตาด ไอสา (Ustad lsa)
สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวจากเมืองมะครานา หินอ่อนสีแดงจากเมืองฟาตีบุระ หินอ่อนสีเหลืองจากฝั่งแม่น้ำนรภัทฑ์ เพชรตาแมวจากกรุงแบกแดด ปะการังและ หอยมุกจากมหาสมุทรอินเดีย หินเจียระไนสีฟ้าจากเกาะลังขะ เพชรจากเมืองบนทลขัณฑ์ ทัชมาฮาลได้รับการรับรองจากสถาปิกทั่วโลกว่าสร้างได้ถูกสัดส่วน และงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 100 เมตร ตรงกลางมีโดมสูง 60 เมตร มีหอสูงมีโดมอยู่บนรอบทั้ง 4 มุม ภายใต้โดมใหญ่มีโลงหินอ่อนประดับด้วยอัญมณีมากมายบรรจุอยู่ แต่โลงพระศพจริงๆอยู่ในอุโมงค์ข้างใต้โลงหินนั้น
     เดิมชาห์ เจฮันตั้งพระทัยจะสร้างสุสานสำหรับพระองค์เองที่อีกฝั่งของแม่น้ำยมนา โดยสร้างให้เหมือนกับทัชมาฮาลแต่สร้างด้วยหินอ่อนสีดำแต่ถูกพระโอรสจับพระองค์ขังอยู่ 7 ปีจึงสิ้นพระชนม์ และพระศพของพรองค์ถูกฝังอยู่เคียงข้างมิ่งมเหสีสุดที่รักนั่นเอง

     ส่วนอุสตาด ไอสาสถาปนิกผู้ออกแบบก็ถูกชาห์ เจฮันสั่งประหารเนื่องจากไม่ต้องการให้ออกแบบสถาปัตยกรรมใดๆที่สวยกว่าทัชมาฮาลได้


ขอขอบคุณที่มา : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bedrooms&month=06-2014&group=15 

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

5 สมุนไพรเพื่อพิชิตความดันโลหิตสูง



ปัจจุบันนี้ทั่วโลกมีผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมากถึงพันล้านคน ซึ่งสองในสามของจำนวนนี้อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลก 1 คน ใน 3 คนมีภาวะความดันโลหิตสูงและประชากรวัยผู้ใหญ่ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็พบ มี 1 คน ใน 3 คน ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงรวมถึงคนไทยที่อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปเป็นโรคความดันโลหิตสูงถึงร้อยละ 22 และได้คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2568 ประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วทั้งโลกจะป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง 1.56 พันล้านคน ซึ่งโรคความดันโลหิตสูงเป็น 1 ในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
     
       ในแต่ละปีประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคนี้ถึงเกือบ 8 ล้านคน ส่วนประชากรในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้เสียชีวิตจากโรคความดันโลหิตสูงประมาณ 1.5 ล้านคน ซึ่งโรคความดันโลหิตสูงนี้ ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคหัวใจอีกด้วย
     
       ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้แนะนำสมุนไพรไทยใกล้ตัวไว้ในหนังสือบันทึกของแผ่นดินหลายเล่ม ซึ่งที่มีผลช่วยลดอาการความดันโลหิตสูง วันนี้จึงได้รวบรวมสมุนไพรที่น่าสนใจ 6 ชนิด มานำเสนอดังนี้


        “กระเจี๊ยบแดง” ความโดดเด่นของกระเจี๊ยบ คือ ไม่ว่ากระเจี๊ยบแดงจะงอกงาม ณ ประเทศไหน คนในประเทศนั้นจะมีการใช้กระเจี๊ยบแดงที่เหมือนกัน คือ ใช้เป็นยาลดความดันโลหิต เป็นยาขับปัสสาวะ และยังเชื่อว่ากระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณในการบำรุงไต และหัวใจ

     
       จากการทดลองในสัตว์และมนุษย์ พบว่า กระเจี๊ยบแดงสามารถลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ขับยูริค รวมทั้งลดการอักเสบของระบบทางเดินปัสสาวะภายหลังการผ่าตัดในไตได้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการดื่มชากระเจี๊ยบวันละ 2 - 3 ครั้ง สามารถลดความดันโลหิต diastolic ลงตั้งแต่ร้อยละ 7.2 ถึง 13 เลยทีเดียว ดังนั้น ชากระเจี๊ยบจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
     
       นักวิทยาศาสตร์วิจัยพบว่า การที่กระเจี๊ยบแดงสามารถลดความดันโลหิตได้ เนื่องมาจากสาร “แอนโธไซยานิน” (anthocyanins) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดนั่นเอง
 
 
       “คึ่นไฉ่” ชาวเอเชีย นิยมใช้คึ่นไฉ่เป็นยาลดความดันโลหิตมากว่า 2000 ปีแล้ว ชาวจีน ชาวเวียดนามแนะนำให้รับประทานคึ่นไฉ่วันละ 4 ต้น เพื่อรักษาความดันให้เป็นปกติ แพทย์อายุรเวทในอินเดียจะสั่งจ่ายเมล็ดคึ่นไฉ่เพื่อขับปัสสาวะสำหรับผู้ป่วยที่บวมน้ำ
     
       ปัจจุบันมีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า คึ่นไฉ่มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ลดบวม คุมกำเนิด ลดจำนวนอสุจิ ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ ยับยั้งการเกิดมะเร็ง ยับบั้งเนื้องอก ต้านการอักเสบ ทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว ขับระดู เป็นต้น
     

       “บัวบก” เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากบัวบกทำให้การไหลเวียนของเลือดทั้งในหลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยมีการไหลเวียนดีขึ้น มีคุณสมบัติขยายหลอดเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี จึงสามารถลดความดันโลหิตได้
     
       ทั้งนี้ มีรายงานการวิจัยที่สนับสนุนว่า สารสกัดเอทานอลจากต้นบัวบก มีฤทธิ์ลดความดันโลหิตในหนูข่าวเมื่อให้ทางหลอดเลือดดำ น้ำคั้นจากต้น และสารสกัดด้วยน้ำมีฤทธิ์ลดความดันโลหิตในหนูขาวและสุนัข บัวบกยังทำให้หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อคนที่มีปัญหาเส้นเลือดขอดและคนที่เป็นริดสีดวงทวาร นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อระบบประสาท ทำให้การเรียนรู้ดีขึ้น มีฤทธิ์คลายความเครียด ซึ่งฤทธิ์คลายความเครียดนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยความดันโลหิตสูงด้วย


        “คาวตอง หรือพลูคาว” หมอยาทั่วไป ทั้งอีสาน ภาคเหนือ หรือไทยใหญ่มีความเชื่อว่าการกินคาวตองสดๆ กับน้ำพริก ลู่ ลาบ หรือใช้รากต้มกับปลาไหล รากตำเป็นน้ำพริกกินจะเป็นยารักษาโรคได้ เช่น ช่วยรักษาความดันโลหิตสูง ริดสีดวงทวาร แผลในกะเพาะอาหาร
     
       พลูคาว นับเป็นผักสมุนไพรที่มีการศึกษาวิจัยและจดสิทธิบัตรมากตัวหนึ่ง ซึ่งจากการวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ต่างพบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของพลูคาวเช่นเดียวกับการใช้ประโยชน์ของหมอยาพื้นบ้าน ในประเทศเกาหลีก็ได้มีการใช้พลูคาวเป็นยาลดความดันโลหิตสูง ภาวะหลอดเลือดแข็งตัวเนื่องจากมีการสะสมของไขมัน (atherosclerosis) และมะเร็งอีกด้วย
     

       “มะรุม” นับเป็นอาหารสุขภาพที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากที่สุด โดยจากประสบการณ์การใช้ของชาวบ้านทั้งในไทยและต่างประเทศ และการศึกษาทางเภสัชวิทยา พบว่า ส่วนของใบและรากของมะรุม มีฤทธิ์ในการลดความดันโลหิตได้ รวมทั้งพบสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ลดความดันโลหิต เช่น niazinin A, niazinin B, niazimicin และ niaziminin A and B
     
       สำหรับตำรับยาแก้ความดันโลหิตสูง ซี่งต้องกินอย่างต่อเนื่อง เช่น
     
       ตำรับที่ 1 นำรากมาต้มกินเป็นซุป
     
       ตำรับที่ 2 นำยอดมาต้มกิน
     
       ตำรับที่ 3 นำยอดอุ๊ปใส่เนื้อวัวกิน ซึ่งต้องเป็นเนื้อวัวเท่านั้น
     
       ตำรับที่ 4 นำรากมะรุมต้มกับรากย่านางกิน
     
       ตำรับที่ 5 ใช้ยอดมะรุมสด โดยจะเป็นยอดอ่อนหรือยอดแก่ก็ได้ นำมาโขลกคั้นเอาน้ำ (ถ้าไม่มีน้ำให้เติมน้ำลงไปพอให้เหลวข้น) ผสมน้ำผึ้งพอหวาน กินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้ว ยานี้จะช่วยลดความดัน เมื่อหยุดกินยาความดันโลหิตก็เพิ่มขึ้นมาอีก จึงต้องกินอย่างต่อเนื่อง


ขอขอบคุณที่มา:http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9570000054699


วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

9 วิธี ดูแลผู้สูงอายุสุขภาพดี

                   

   ใครมีผู้สูงอายุที่ต้องดูแล ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย จะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายยิ่งวิกฤตเศรษฐกิจปีนี้รุนแรงกว่าครั้งใด ๆ การป้องกันดูจะเป็นยาขนานเอกที่ได้ผลเกินคลาด วันนี้เรามีวิธีดูแสุขภาพผู้สูงอายุมาฝาก

            1. เลือกอาหาร โดยวัยนี้ร่างกายมีการใช้พลังงานน้อยลงจากกิจกรรมที่ลดลง จึงควรลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน ให้เน้นอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะปลา และเพิ่มแร่ธาตุที่ผู้สูงอายุมักขาด ได้แก่ แคลเซียม สังกะสี และเหล็ก ซึ่งมีอยู่ในนมถั่วเหลือง ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ และควรกินอาหารประเภทต้ม นึ่ง ย่าง อบ แทนประเภทผัด ๆ ทอด ๆ จะช่วยลดปริมาณไขมันในอาหารได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด เค็มจัด และดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน

            2. ออกกำลังกาย หากไม่มีโรคประจำตัว แนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิคสัก 30 นาทีต่อครั้ง ทำให้ได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง จะเกิดประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือดอย่างมาก โดยขั้นตอนการออกกำลังกายจะต้องค่อย ๆ เริ่ม มีการยืดเส้นยืดสายก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มความหนักขึ้น จนถึงระดับที่ต้องการ ทำอย่างต่อเนื่องจนถึงระยะเวลาที่ต้องการ จากนั้นค่อย ๆ ลดลงช้า ๆ และค่อย ๆ หยุดเพื่อให้ร่างกายและหัวใจได้ปรับตัว

            3. สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคได้ อาจเป็นสวนสาธารณะใกล้ ๆ สถานที่ท่องเที่ยว หรือการปรับภูมิทัศน์ภายในบ้านให้ปลอดโปร่ง สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก มีการปลูกต้นไม้ จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้เหมาะสม เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค และสามารถช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ หรือหอบหืดได้

            4. หลีกเลี่ยงอบายมุข ได้แก่ บุหรี่และสุรา จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหรือลดความรุนแรงของโรคได้ ทั้งลดค่าใช้จ่ายในการรักษา และยังช่วยป้องกันปัญหาอุบัติเหตุ อาชญากรรมต่าง ๆ อันเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมในขณะนี้

            5. ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ โดยเลือกกิจกรรมให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและโรคที่เป็นอยู่ส่งเสริมสุขภาพให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง ปรับสภาพแวดล้อมในบ้านให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือการหกล้ม

            6. ควบคุมน้ำหนักตัวหรือลดความอ้วน โดยควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะช่วยทำให้เกิดความคล่องตัว ลดปัญหาการหกล้ม และความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม และโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น

            วิธีประเมินว่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์อ้วนหรือไม่ โดยคำนวณจากดัชนีมวลกายหรือเรียกสั้น ๆ ว่า "BMI (bodymass index)" ถ้าน้ำหนักตัวเกิน ค่า BMI จะอยู่ระหว่าง 23-24.9 กิโลกรัม/เมตร (ยกกำลัง 2) แต่ถ้าอ้วนละก็ค่า BMI จะตั้งแต่ 25 กิโลกรัม/เมตร (ยกกำลัง 2) ขึ้นไป

                                 สูตรดัชนีมวลกาย (BMI)           =       น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ส่วนสูง (เมตรยกกำลัง 2)

                   ตัวอย่าง         ผู้สูงอายุ หนัก 67 กิโลกรัม สูง 160 เซนติเมตร

                                            ดัชนีมวลกาย (BMI)                =          67 (1.6 ยกกำลัง 2)
                                                                                                   =          26.17 ถือว่าเข้าข่ายอ้วน
 
            7. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม เช่น การซื้อยากินเอง การใช้ยาเดิมที่เก็บไว้มาใช้รักษาอาการที่เกิดใหม่ หรือรับยาจากผู้อื่นมาใช้ เนื่องจากวัยนี้ประสิทธิภาพการทำงานของตับและไตในการกำจัดยาลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดพิษจากยาหรือผลข้างเคียงอาจมีแนวโน้มรุนแรง และเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ฉะนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาจะดีที่สุด

            8. หมั่นสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น คลำได้ก้อน โดยเฉพาะก้อนโตเร็ว แผลเรื้อรัง มีปัญหาการกลืนอาหาร กลืนติด กลืนลำบาก ท้องอืดเรื้อรัง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ไอเรื้อรัง ไข้เรื้อรัง เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอกหรือถ่ายอุจจาระผิดปกติ มีอาการท้องเสียเรื้อรัง ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ้าอย่างนี้ละก็พามาพบแพทย์ดีที่สุด

            9. ตรวจสุขภาพประจำปี แนะนำให้ตรวจสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี หรืออย่างน้อยทุก 3 ปี โดยแพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแข็ง เช่น โรคเบาหวาน โรความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ตรวจหาโรคมะเร็งที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และยังมีตรวจการมองเห็น การได้ยิน ตลอดจนประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย

            นอกจากการดูแลสุขภาพกายแล้วสุขภาพใจก็เป็นสิ่งสำคัญ การทำจิตใจให้แจ่มใส มองโลกในแง่ดี ไม่เครียดหรือวิตกกังวลกับเรื่องต่าง ๆ มากจนเกินไป รวมถึงการเข้าใจและยอมรับตนเองของท่านและผู้อื่น จะช่วยให้เป็นผู้สูงอายุที่สุขภาพดีอย่างแท้จริง

   
                                                                                                                                        
ขอบคุณที่มา : http://www.phyathai.com/medicalarticledetail/3/40/612/th